1234
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
เจ้าของ: LinYa

[บันทึกการเดินทาง] เงาอัคคีใต้ผืนฟ้ากังวาน

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2026-2-11 19:30:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อยากลองเอาไว้โรลเพลย์

บันทึกการเดินทาง เงาอัคคีใต้ผืนฟ้ากังวาน
วันที่ xx เดือน 03 รัชศกเจี้ยนหยวน ปีที่ 12
เริ่มต้น ยามโหย่ว เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ เมืองฉางซา จักรวรรดิต้าฮั่น

ตอนพิเศษ 6

พริบตาเดียวที่เนื้อไก่ขอทานรสเลิศและข้าวอบลำไม้ไผ่ที่หอมกรุ่นหมดลง เด็กชายผมขาวก็จ้องมองจานไม้ที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก จานใบนั้นสะอาดเกลี้ยงเกลาจนแทบจะสะท้อนเงาใบหน้ามอมแมมของเขาได้ การได้ลิ้มรสอาหารที่ราวกับหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์เช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยกล้าแม้แต่จะฝันถึงในชีวิตที่ผ่านมา


แม้ในใจของเด็กชายจะรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง แต่ทว่าท้องเจ้ากรรมที่อดอยากมานานแสนนานกลับยังคงส่งเสียงประท้วงครวญครางออกมาเบา ๆ อย่างไม่รักดี หลินหยาที่นั่งสังเกตอาการอยู่อย่างใกล้ชิดจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เจ้าอิ่มหรือยังเด็กน้อย?”


เด็กชายชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้มหน้าต่ำลงเพื่อซ่อนความต้องการที่ยังคงพลุ่งพล่านอยู่ในอก ก่อนจะเค้นคำพูดติดขัดที่กลั่นออกมาจากความกลัวที่ฝังรากลึกในจิตใจตามวิสัยที่มักพูดได้เพียงสั้น ๆ “อิ่ม... ขอบ... คุณ… ท่าน…” คำตอบนั้นทำเอาหลินหยาพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกที่จุกอยู่ในลำคอ เพราะทันทีที่เขากล่าวคำว่าอิ่ม ทว่าเสียงท้องของเด็กชายก็กลับร้องจ๊อก ๆ ดังระงมขึ้นมาอีกระลอกประหนึ่งจะประจานคำมุสาของเจ้าของ ในตอนนี้นางมองดูร่างเล็กที่สั่นเทิ้มประหนึ่งลูกนกต้องพายุ พยายามหดตัวลีบเล็กเพื่อปกปิดความหิวโหยที่ไม่อาจซ่อนเร้น


หลินหยาขยับยิ้มที่มุมปากเพียงบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เจือไปด้วยความเศร้าสร้อยและความเมตตาอย่างที่สุด “ที่เจ้าบอกว่าอิ่ม... เป็นเพราะเจ้ากลัวว่าหากข้าให้มากกว่านี้ ข้าจะเปลี่ยนใจรังเกียจเจ้า หรือเจ้ากลัวว่าจะไม่มีวันได้กินอาหารดี ๆ เช่นนี้อีกใช่หรือไม่?”


คำถามนั้นทำให้เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองนางช้า ๆ แววตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มสั่นคลอนด้วยหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมา เขาพยักหน้ายอมรับเบา ๆ อย่างจำนนต่อความจริง ทว่าริมฝีปากยังคงปิดสนิทเพราะไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับชีวิตที่ไร้หนทางเบื้องหน้าอย่างไรดี สำหรับเขาแล้ว การมีชีวิตรอดในแต่ละวันคือการดิ้นรนท่ามกลางคำสาปแช่ง และเขามองไม่ออกเลยว่าวันพรุ่งนี้เขาจะหาเศษกระดูกที่ไหนมาแทะได้อีก


หลินหยาที่เห็นความสิ้นหวังในแววตาคู่นั้นแล้วจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคง “ข้าจะให้เจ้าได้กินจนกว่าจะอิ่ม... และข้าจะทำให้เจ้าไม่ต้องกลับมาหิวโหยเช่นนี้อีก แต่เจ้าช่วยไปที่หนึ่งกับข้าได้หรือไม่?” นางพูดเสร็จก็ยื่นมือออกไปหาเขาอย่างช้า ๆ เพื่อให้เขามั่นใจว่านางจะไม่คุกคามเด็กชายเหมือนคนอื่น ๆ “ข้ามิใช่คนอื่น ๆ ที่จะคอยทำร้ายหรือระบายอารมณ์ใส่เจ้าเพียงเพราะสีผมของเจ้า... ข้าสัญญาด้วยเกียรติของข้าว่าเจ้าจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับข้า”


เด็กชายขยับดวงตามองมือเล็กที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจของหลินหยา ความกลัวที่เคยเป็นกำแพงสูงชันเริ่มพังทลายลงทีละน้อย เขารู้สึกได้ว่าสตรีผู้นี้มีความแตกต่างจากทุกคนที่เขาเคยพบมา ความอบอุ่นที่นางมอบให้นั้นมิใช่เพียงแค่ข้าวปลาอาหาร แต่คือความรู้สึกว่าเขายังมีคุณค่าความเป็นคนหลงเหลืออยู่ในโลกที่แสนเย็นชานี้


ขณะที่จางกงกงยังคงยืนมองเหตุการณ์นั้นอยู่ไกล ๆ ท่ามกลางบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิที่เริ่มแผ่ซ่านความมีชีวิตชีวา เขาเห็นแผ่นหลังของภรรยาที่ก้มลงโอบอุ้มชะตากรรมของเด็กน้อย และเขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ขบวนเดินทางสู่ฉางอันของเขาจะมีสมาชิกใหม่ที่มาพร้อมกับความวุ่นวายและสีผมที่ประหลาดตาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนอย่างแน่นอน


หลินหยาขยับยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม นางยื่นมือไปกุมมือเล็กมอมแมมของเด็กชายไว้แล้วพาเดินตรงไปยังรถม้าหรูหราที่จอดเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของชาวบ้าน จางกงกงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปลายเท้าของเขาไม่เปื้อนฝุ่นดินแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองร่างเล็กผมขาวที่เดินตามภรรยาของเขาต้อย ๆ ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาพับพัดจีบในมือลงช้า ๆ รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำเอาเด็กน้อยถึงกับชะงักฝีเท้าและพยายามจะมุดตัวลงหลังร่างของหลินหยาด้วยสัญชาตญาณความกลัวที่มี


“เด็กน้อย... เจ้ากินนี่รอข้าก่อนนะ ขอข้าคุยกับสามีข้าสักประโยคหน่อยนะ” หลินหยาล้วงเอาขนมถังหูลู่สีแดงสดใสที่เคลือบน้ำตาลจนเงาวับออกมาจากแหวนมิติส่งให้เด็กชาย กลิ่นหวานหอมของผลไม้ทำให้เด็กน้อยเผลอรับไปถือไว้ด้วยความงุนงง ก่อนที่นางจะหันไปเผชิญหน้ากับจางกงกงผู้เป็นว่าที่สามี 


หลินหยาขยับเข้าไปใกล้จางกงกงจนได้กลิ่นกำยานจาง ๆ ที่คุ้นเคย นางเงยหน้าสบตาอสรพิษเงามืดของตำหนักขันทีด้วยความจริงใจอย่างที่สุด ไม่มีแววขี้เล่นหรือดื้อรั้นเหมือนยามปกติ “ท่านพี่เจ้าคะ... ข้าอยากขออนุญาตท่าน” นางเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “ข้าอยากรับเด็กคนนี้เป็นบุตรบุญธรรม อยากให้เขาใช้นามสกุลของข้า หรือหากท่านเมตตา... ให้เขาใช้สกุลจางของท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?”


จางกงกงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากขยับยิ้มเย็นที่ดูคล้ายการเยาะหยันแต่กลับแฝงไปด้วยความว่างเปล่าแต่กลับมีอะไรบางอย่างในนั้น “เสี่ยวหยา... เจ้าเพิ่งเข้าประตูสกุลจางมาได้ไม่เท่าไหร่ ก็คิดจะเอาเด็กกาลกิณีที่คนทั้งเมืองรังเกียจมาเพิ่มภาระให้ข้าแล้วหรือ? เจ้าก็รู้ว่าตำแหน่งจงฉางชื่อของข้ามีศัตรูมากเพียงใด การรับเด็กที่มีประวัติประหลาดเช่นนี้เข้ามา ย่อมมิต่างจากการหาเรื่องใส่ตัวหรือไง?”


หลินหยากลับไม่หลบสายตาผู้เป็นสามีด้วยสายตาที่ไม่ปล่อยเลย นางก้าวเข้าไปชิดจนหน้าผากเกือบจรดแผงอกของเขา “ข้ารู้เจ้าค่ะ... แต่ท่านพี่มองดูเขาดี ๆ สิเจ้าคะ” นางบุ้ยปากไปทางเด็กชายที่กำลังยืนแทะขนมถังหูลู่ด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ “ท่านไม่เห็นใครบางคนในแววตาที่อ้างว้างคู่นั้นหรือเจ้าคะ? ใครบางคนที่ถูกโลกใบนี้ตราหน้าว่าอัปลักษณ์แปลกแตกต่าง  ใครบางคนที่ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวจนต้องสร้างเกราะน้ำแข็งขึ้นมาปกป้องตนเอง...” คำพูดของหลินหยาทำให้จางกงกงชะงักไปชั่วครู่ หัวใจของเขาที่เคยด้านชาประดุจเหล็กกล้าสั่นไหวอย่างรุนแรง 


ใช่... เขาเห็น เขารู้สึกได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่มองเห็นเส้นผมสีขาวนั่น เด็กคนนี้คือภาพสะท้อนของเขาในวัยเยาว์อย่างมิอาจปฏิเสธได้ เด็กที่ไม่มีใครต้องการ เด็กที่ถูกผลักไสให้กลายเป็นปีศาจทั้งที่ยังมิได้เริ่มใช้ชีวิต


“ข้าเห็นท่านในตัวเขาเจ้าค่ะ...” หลินหยาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้ามิอาจย้อนเวลาไปช่วยท่านในตอนนั้นได้ แต่ตอนนี้ข้าสามารถช่วยเด็กคนนี้ได้ ข้าไม่อยากให้เขากลายเป็นอสรพิษที่เดียวดายเหมือนท่านในอดีต ข้าอยากให้เขารู้ว่าโลกนี้ยังมีที่ว่างสำหรับคนอย่างเขา... และมีคนที่พร้อมจะรักเขาอย่างที่เขาเป็น”


จางกงกงที่นิ่งเงียบไปนานแสนนาน เขามองสลับระหว่างหลินหยาที่ดวงตาคลอไปด้วยความเมตตาอันล้นปรี่ กับเด็กชายผมขาวที่มองมาทางพวกเขาด้วยความหวาดระแวงสลับกับความโหยหา ความสงสารที่เขาพยายามกดทับไว้มานานนับสิบปีพวยพุ่งขึ้นมาจนยากจะต้านทาน เขาพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะยื่นมือหนาไปลูบศีรษะหลินหยาอย่างเบามือ “เจ้ามันช่างหาเรื่องให้ข้าเสียจริง... ฮูหยินตัวน้อย” จางกงกงเอ่ยด้วยเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าจะขัดใจเจ้าได้อย่างไร? ในเมื่อเจ้าบอกว่าเห็นข้าในตัวเขา... เช่นนั้นเขาก็คือลูกของข้าเช่นกัน”


คำนั้นทำให้หลินหยาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของสามี แววตาของนางไหววูบด้วยความตื้นตันระคนรู้เท่าทัน ก่อนที่หลินหยาจะส่งยิ้มหวานที่เจือไปด้วยความเข้าอกเข้าใจพลางเอ่ยขึ้นเสียงเบา “ท่านรู้อยู่แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะว่าข้าจะต้องขอรับเลี้ยงเด็กคนนี้... และที่จริง ท่านเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับข้า” หลินหยาถามคำถามแต่จางกงกงมิได้เอ่ยตอบเป็นคำพูด เขาเพียงแต่เบนสายตาไปทางอื่นราวกับจะหลบเลี่ยงความจริงที่ถูกนางอ่านจนทะลุปรุโปร่ง ทว่าความอ่อนโยนที่หลงเหลืออยู่ในปลายนิ้วซึ่งยังคงสัมผัสเส้นผมของนางนั้นกลับเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด 


ก่อนที่หลินหยาจะหันกลับมาหาเด็กน้อยผมขาวที่ยืนตัวลีบเล็กอยู่เบื้องหลังนาง ความหวาดกลัวในดวงตาของเด็กชายดูจะเบาบางลงบ้างเมื่อเห็นกิริยาท่าทางที่อ่อนลงของบุรุษผู้ดูน่าเกรงขามตรงหน้า


หลินหยาย่อกายลงจนอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็กน้อย นางยื่นมือออกไปกุมมือเล็กที่สั่นเทาของเขาไว้อย่างแผ่วเบา ราวกับจะส่งผ่านไออุ่นและความมั่นคงไปให้ถึงก้นบึ้งของหัวใจที่แตกสลาย “เด็กน้อย... เจ้าฟังข้านะ” น้ำเสียงของนางนุ่มนวลทว่าหนักแน่นไปด้วยความจริง 


“ข้ามีเรื่องสำคัญอยากจะถามเจ้า... เจ้าอยากจะมาเป็นลูกของข้ากับชายผู้นี้หรือไม่?”


นางไม่พูดเปล่ากลับผายมือไปทางจางกงกงที่ยืนตระหง่านเป็นปราการอยู่ด้านหลัง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยความสัตย์จริง “หากเจ้ามาอยู่กับเรา เจ้าจะไม่ต้องคอยหาเศษอาหารตามพื้นดินเพื่อประทังชีวิตอีกต่อไป ข้าจะไม่หลอกเจ้าว่าชีวิตต่อจากนี้จะสบายไร้อุปสรรค เพราะคนเราล้วนมีสิ่งที่ยากลำบากต้องเผชิญต่างกันไป... แต่ข้าสัญญาสิ่งหนึ่งที่เจ้าจะได้แน่ ๆ”


ดวงตาสีน้ำตาลของหลินหยาฉายแววแห่งความเมตตาอันลึกซึ้งที่สื่อถึงการโอบอุ้มชีวิตหนึ่งอย่างแท้จริง “เจ้าจะได้เรียนหนังสือ ได้มีที่ซุกหัวนอนที่ปลอดภัย และเหนือสิ่งอื่นใด... เจ้าจะได้เรียกข้าว่าแม่ เรียกเขาว่าพ่อ และให้เราทั้งสองได้เรียกเจ้าว่าลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ เจ้าจะไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในฐานะตัวซวยของใครอีกต่อไป แต่เจ้าจะเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านเรา... เจ้าเต็มใจหรือไม่?” 


เสียงของหลินหยาทำให้เด็กชายผมขาวนิ่งอึ้งไปประหนึ่งร่างถูกสาป คำว่า ‘ลูกชาย’ และ ‘พ่อแม่’ เป็นถ้อยคำที่ไกลเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ในชาตินี้ หยาดน้ำตานั้นออกมาจากดวงตาสีหม่นที่คลอหน่วยตาค่อย ๆ เอ่อล้นไหลผ่านแก้มที่มอมแมม ท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดพาเอาความหวังครั้งใหม่มาสู่ชีวิตที่เคยดับมืด เขาจ้องมองหลินหยาและจางกงกงสลับกันไปมาด้วยหัวใจที่เต้นรัวระคนสับสน ราวกับกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างนรกที่คุ้นเคยกับสวรรค์ที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง


ในขณะนั้นเอง จางกงกงที่ยืนเงียบมาตลอดกลับแค่นเสียงในลำคอเบา ๆ พลางปรายตามองเด็กน้อยด้วยสายตาที่อ่านยาก ทว่ามือนิ่งสงบที่ไขว้หลังอยู่กลับกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับเขาก็เกรงกลัวคำตอบของเด็กชายไม่ต่างไปจากหลินหยาเลยแม้แต่นิดเดียว


สรุปเหตุการณ์: หลินหยาที่เห็นเด็กชายหิว เธอจึงบอกว่านางจะให้กินอีก แล้วพาเด็กชายไปหาจางกงกง ระหว่างที่หลินหยาคุยกับจางกงกงเธอให้ขนมถังหูลู่กับเด็กชายไปกินก่อน ก่อนที่หลินหยาจะขอจางกงกงว่าขอรับเลี้ยงเด็กคนนี้ได้ไหม โดยบอกว่าเห็นจางกงกงในเด็กชายคนนี้ และจางกงกงก็เหมือนจะยอม (เขาก็รู้สึกเหมือนกัน) แล้วหลินหยาค่อยถามเด็กชายว่าอยากจะเป็นบุตรบุญธรรมของเธอและจางกงกงไหม (รอเด็กชายตอบ)

พรสวรรค์: ลาภลอย (ไม้)
มีโอกาสพบเจออีเว้นท์แปลก ๆ บางอย่างแทรกในเควสที่กำลังทำอยู่

อื่น ๆ : มอบ ถังหูลู่ 2 อัน ให้ เด็กชายปริศนาหัวขาว

รางวัล: +5 ความสัมพันธ์สนทนาทั่วไป [NPC-11] จางกงกง 
หัวดี โบนัสเพิ่มความโปรดปราน+20 โบนัส 
ความสัมพันธ์พิเศษ (VIP) กับ NPC +10 แต้ม โบนัส 
ความโปรดปราน NPC เผ่ามนุษย์ (ผู้มีบุญ) +20 แต้ม
แถวที่ 2 หาร 2 = 27.5

แสดงความคิดเห็น

เด็กน้อยยอมรับก่อนเป็นลมไป (ส่งเสนอสร้าง NPC แช่จาง (คิดชื่อ) และภาพขนาด 300x300 px  โพสต์ 2026-2-12 13:43
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-11] จางกงกง เพิ่มขึ้น 27 โพสต์ 2026-2-12 13:43
โพสต์ 50151 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-2-11 19:30
โพสต์ 50,151 ไบต์และได้รับ +10 EXP [ถูกบล็อค] ความกล้า +15 เกียรติยศ +15 ความศรัทธา จาก ชุดทิวาเมฆาล่อง   โพสต์ 2026-2-11 19:30
โพสต์ 50,151 ไบต์และได้รับ +6 EXP [ถูกบล็อค] ความกล้า +10 เกียรติยศ +6 ความศรัทธา จาก รองเท้าหยุนเวย  โพสต์ 2026-2-11 19:30
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดทิวาเมฆาล่อง
รองเท้าหยุนเวย
โล่ไม้
วาสนาเซียน
ด้ายแดงแห่งโชคชะตา
แหวนดาราจรัส(D2)
ตำราอาหารลับของเสี่ยวจ้าวจื่อ
ยอดคีตศิลป์
ปราณกระเรียนขาว(ไม้)
ขลุ่ยพันธะในเงาศาลา
กระเป๋าเจ็ดขุมทรัพย์(D)
ทักษะผู้ขี่มังกรตะวันตก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x16
x16
x16
x1
x50
x5
x29
x6
x10
x10
x2
x2
x3
x114
x5
x8
x6
x5
x6
x4
x6
x5
x21
x3
x165
x70
x71
x1
x5
x34
x11
x246
x1
x1
x1
x145
x5
x8
x66
x27
x6
x93
x138
x5
x209
x4
x50
x5
x85
x6
x208
x73
x75
x81
x4
x105
x5
x8
x4
x4
x14
x16
x9
x16
x69
x1
x1
x53
x72
x47
x16
x140
x10
x11
x11
x36
x9
x10
x4
x16
x60
x75
x2
x1
x104
x64
x9
x10
x292
x55
x28
x70
x82
x49
x5
x3
x128
x12
x10
x11
x5
x3
x3
x9
x5
x15
x3
x1
x6
x14
x10
x133
x109
x21
x11
x16
x50
x3
x1
x10
โพสต์ 2026-2-13 07:47:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อยากลองเอาไว้โรลเพลย์

บันทึกการเดินทาง เงาอัคคีใต้ผืนฟ้ากังวาน
วันที่ xx เดือน 03 รัชศกเจี้ยนหยวน ปีที่ 12
เริ่มต้น ยามเหม่า เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ณ เมืองฉางซา จักรวรรดิต้าฮั่น

ตอนพิเศษ 7

เด็กชายผมขาวตัวน้อยสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นสายตาคมกริบของจางกงกงที่อยู่ตรงหน้าตนเอง หัวใจดวงเล็กของเด็กตัวน้อยก็สั่นระรัวดุจกลองรบที่ตีรัวท่ามกลางความหนาวเหน็บที่เริ่มกัดกินหัวใจอีกครั้ง ความหวาดกลัวที่สั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาอยากจะมุดดินหนีหายไปเสียเดี๋ยวนี้ ริมฝีปากที่แตกแห้งสั่นระริกขณะที่เขาพยายามเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก


“ข้า... กลัว... ซวย...” เสียงเล็ก ๆ นั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างสุดซึ้ง เขากลัวว่าหากเขาตอบตกลง ความอัปมงคลในตัวเขาจะพรากเอาชีวิตและความสุขของสตรีผู้ใจดีและบุรุษผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าไปเสีย เหมือนที่มันเคยพรากทุกอย่างไปจากเขา


จางกงกงที่ยืนเงียบมาตลอดปรายตามองเด็กน้อยด้วยสายตาที่เย็นชาทว่าแฝงไปด้วยสัจธรรมที่โหดร้าย เขาขยับพัดในมือเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กังวานไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ การมีชีวิตรอดคือสิ่งสำคัญที่สุดในใต้หล้า... หากวันนี้เจ้ายังรักษาลมหายใจของตัวเองไว้ไม่ได้ แล้ววันหน้าเจ้าจะเหลือชีวิตไว้ให้เป็นกาลกิณีแก่ผู้ใดได้อีก? เจ้าจงเลือกเอาเถิด... จะยอมตายอย่างสุนัขข้างถนนเพราะความขลาดเขลา หรือจะคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าเหนือกว่าคำสาปแช่งเหล่านั้น” 


คำพูดของจางกงกงประดุจสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของเด็กชาย ความกลัวพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาเงยหน้ามองหลินหยาที่ส่งยิ้มให้ด้วยความเมตตาอันล้นปรี่ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนพื้นดินมอมแมม


“ไป... กับ... ท่าน...”


ทันทีที่สิ้นคำตอบรับ หลินหยาก็โผเข้าโอบกอดร่างเล็กที่สั่นเทิ้มนั้นไว้อย่างแว่วเบาประหนึ่งกลัวว่าเขาจะแตกสลายไป อ้อมกอดที่อบอุ่นและกลิ่นหอมจาง ๆ ของผ้าไหมทำให้เด็กน้อยรู้สึกถึงความปลอดภัยที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ความตึงเครียดที่แบกรับมาเนิ่นนานและความเหนื่อยล้าจากการขาดสารอาหารที่สั่งสมมาหลายวันพลันพังทลายลง ในวินาทีที่เขารับรู้ว่าตนเองมี ‘บ้าน’ และมี ‘พ่อแม่’ อย่างแท้จริง สติที่เคยยึดรั้งไว้ด้วยความหวาดกลัวก็ดับวูบลง ร่างเล็ก ๆ ของเด็กชายทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงในอ้อมแขนของหลินหยาพร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอแต่แผ่วเบาจนน่าตกใจ


“เด็กน้อย! เจ้าเป็นอะไรไป!” หลินหยาอุทานออกมาด้วยความตกใจขณะที่รับร่างที่หมดสติของเขาไว้ได้ทันท่วงที นางรีบช้อนตัวเขาขึ้นมาแนบอกด้วยความตื่นตระหนก “ท่านพี่! เรียกหมอเร็วเข้า! เขาเย็นไปหมดทั้งตัวแล้ว!” ชั่วพริบตาจางกงกงก็รีบก้าวเข้ามาข้างกายภรรยาในทันที ดวงตาคมกริบฉายแววห่วงใยที่ปกปิดไม่มิด เขาใช้นิ้วเรียวยาวแตะที่ชีพจรของเด็กชายก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา “เขาเพียงแต่เหนื่อยล้าและอ่อนแรงเกินไป... เมื่อใจที่เคยดิ้นรนสงบลง ร่างกายจึงสั่งให้เขาพักผ่อนเสียที”


ท่ามกลางแสงโคมไฟที่วูบไหวในขบวนพักพิง หลินหยาโอบกอดลูกชายบุญธรรมตัวน้อยไว้แน่นขณะที่หน่วยแพทย์รีบเร่งรุดมาดูอาการ ความสะเทือนใจและความหวังถักทอเข้าด้วยกันในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้ โดยมีอสรพิษเงามืดผู้เงียบขรึมยืนอารักขาอยู่ไม่ห่าง... 


การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในนครฉางอันของครอบครัวสกุลจาง ดูเหมือนจะเริ่มต้นขึ้นด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเมตตาและหัวใจที่เริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน


……


แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านไหมของกระโจมพักรับรองอันหรูหรา กลิ่นอายของไม้กฤษณาและเครื่องหอมจาง ๆ อบอวลไปทั่วพื้นที่กว้างขวางซึ่งถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตผิดกับบรรยากาศภายนอกที่เป็นศูนย์อพยพอันวุ่นวาย บนเตียงหนานุ่มที่ปูด้วยผ้าแพรชั้นดี ร่างเล็ก ๆ ของเด็กชายเริ่มขยับกายอย่างช้า ๆ ก่อนจะปรือตาขึ้นมองเพดานกระโจมด้วยความงุนงง


ในตอนนี้หลินหยากำลังนั่งอยู่ข้างเตียงของเด็กชายในชุดผ้าไหมสีเรียบแต่สง่างาม ในมือของนางถือผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น คอยซับตามใบหน้าและลำคอของเด็กน้อยด้วยความเบามือ บัดนี้เด็กชายไม่ได้อยู่ในสภาพมอมแมมเหมือนวันวานอีกแล้ว ร่างกายของเขาสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มสีฟ้าอ่อนที่สะอาดตา เส้นผมสีขาวโพลนที่เคยชี้ฟูถูกสระจนสะอาดและรวบเก็บไว้อย่างหลวม ๆ ด้วยริบบิ้นเส้นเล็ก แม้โครงหน้าจะยังดูซูบผอมจนเห็นกระดูกโหนกแก้ม แต่ความสะอาดสะอ้านก็เผยให้เห็นเค้าความน่ารักที่ซ่อนอยู่ ดวงตาคู่โตที่เคยมืดมนเริ่มมีประกายแห่งชีวิตขึ้นมาบ้าง


“ตื่นแล้วหรือเด็กน้อย...” หลินหยาคลี่ยิ้มหวานพลางวางผ้าลง “หลับไปนานเชียว มาเถอะ... กินน้ำซุปอุ่น ๆ นี่ก่อน หมอต้มมาให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ” สิ้นคำนางก็ประคองชามยาที่ส่งกลิ่นสมุนไพรฉุนกึกและรสชาติที่รู้ดีว่าขมจัดมาจ่อที่ริมฝีปากของเด็กชายที่พึ่งฟื้น “มันอาจจะขมหน่อยนะจ๊ะ แต่มันจะช่วยให้เจ้ามีแรงและปรับธาตุในร่างกาย กินให้หมดเชียวล่ะ”


เด็กชายมองน้ำยาสีเข้มในชามเพียงครู่เดียว ก่อนจะอ้าปากรับและซดลงไปอึกใหญ่ติดต่อกันจนหมดชามโดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วหรือแสดงอาการรังเกียจรสขมปร่าที่ติดโคนลิ้น สำหรับเขาแล้ว... รสขมของยามันช่างจืดชืดนักเมื่อเทียบกับความขมขื่นของชีวิตที่เขาเคยผ่านมา


จางกงกงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมหนึ่งของกระโจมจ้องมองปฏิกิริยานั้นด้วยแววตาพึงใจที่ยาขมไม่ได้ทำให้เด็กตัวเล็กกระจกงอแง ระหว่างนั้นเขาขยับกายก้าวเข้ามาใกล้เตียงที่โดนจัดไว้อย่างดี รังสีความเยือกเย็นทว่ามั่นคงแผ่ซ่านออกมาจนเด็กน้อยเผลอเกร็งตัวขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ “ในเมื่อเจ้าจะมาเป็นคนในสกุลจางแล้ว จะให้ผู้คนเรียกขานว่าเด็กผมขาวหรือตัวซวยต่อไปย่อมไม่ได้...” จางกงกงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีพลังอำนาจที่ทำให้คนฟังต้องตั้งใจฟัง 


“ต่อไปนี้เจ้าชื่อ จาง อวี้หลิน (张 玉麟)... อวี้ ที่แปลว่าหยกขาวอันบริสุทธิ์ และ หลิน ที่มาจากกิเลน สัตว์มงคลที่นำพาแต่โชคลาภมาสู่ผู้พบเห็น”


เขาเว้นจังหวะพลางปรายตามองไปทางชาวบ้านภายนอกกระโจมที่เคยดูแคลนเด็กคนนี้ “ในสายตาของข้าและหลินหยา เจ้าคือหยกงามและสัตว์มงคล หาใช่สิ่งอัปมงคลอย่างที่คนเขลาเหล่านั้นกล่าวอ้าง จงจำชื่อนี้ไว้ให้มั่น เพราะมันคือชื่อที่จะติดตัวเจ้าไปจนวันตายในฐานะคุณชายน้อยแห่งสกุลจาง”


หลินหยาที่นั่งฟังอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันไปค้อนสามีเจ้าแผนการของนางหนึ่งที “ที่ท่านเงียบไปตั้งนานเมื่อคืน... เพราะแอบไปเปิดตำราตั้งชื่อมงคลให้ลูกอยู่นี่เองหรือเจ้าคะท่านพี่? แหม... ปากก็บอกว่ารำคาญ แต่เตรียมการเสียดิบดีเชียวนะเจ้าคะ”


จางกงกงทำเพียงแค่นเสียงในลำคอเบา ๆ แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อปกปิดความรู้สึกที่ถูกภรรยาอ่านจนทะลุปรุโปร่งกับคำแซวนั้น


ปฎิกิริยานั้นทำให้หลินหยาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมาหาเด็กชายที่บัดนี้กลายเป็นลูกชายบุญธรรมของนางเต็มตัว ก่อนที่นางจะเอื้อมมือไปลูบแก้มที่เริ่มมีความอบอุ่นของเขาอย่างรักใคร่ “อวี้หลิน... ชอบชื่อนี้ไหมจ๊ะ? ต่อไปนี้ไม่มีใครมารังแกเจ้าได้แล้วนะ พ่อของเจ้าน่ะดุมาก ใครกล้ามาว่าเจ้า เขาจะจัดการให้หมดเลยล่ะ”


อวี้หลินมองสบตาหลินหยา แววตาที่เคยหวาดระแวงเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของนางและความหนักแน่นจากชื่อที่พ่อบุญธรรมมอบให้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้รับชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม เขาเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำตาใส ๆ รื้นขึ้นมาที่ขอบตาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ระทมเหมือนที่ผ่านมา จนเด็กชายค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พลางเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ชัดเจนเป็นครั้งแรก “ชอบ... อวี้หลิน... ชอบ...”


และแล้วบรรยากาศในกระโจมหรูยามเช้าวันนั้นถูกเติมเต็มด้วยความหวังและความรักที่เริ่มผลิบานท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิ หลินหยาก็โอบกอดอวี้หลินไว้แนบอก ขณะที่จางกงกงยังคงยืนเป็นปราการที่แข็งแกร่งอยู่เคียงข้าง แม้จะไม่มีคำพูดหวานซึ้งจากปากอสรพิษเงามืด แต่แววตาที่มองดูครอบครัวเล็ก ๆ ของเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องแสงสว่างนี้ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ลมหายใจของเขาจะเอื้ออำนวย


สรุปเหตุการณ์: หลินหยากับจางกงกงได้ลูกชายแล้ว โฮ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

พรสวรรค์: ลาภลอย (ไม้)
มีโอกาสพบเจออีเว้นท์แปลก ๆ บางอย่างแทรกในเควสที่กำลังทำอยู่

อื่น ๆ : -

รางวัล: +5 ความสัมพันธ์สนทนาทั่วไป [NPC-11] จางกงกง 
หัวดี โบนัสเพิ่มความโปรดปราน+20 โบนัส 
ความสัมพันธ์พิเศษ (VIP) กับ NPC +10 แต้ม โบนัส 
ความโปรดปราน NPC เผ่ามนุษย์ (ผู้มีบุญ) +20 แต้ม
แถวที่ 2 หาร 2 = 27.5

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-11] จางกงกง เพิ่มขึ้น 27 โพสต์ 2026-2-13 11:43
โพสต์ 43831 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-2-13 07:47
โพสต์ 43,831 ไบต์และได้รับ +10 EXP [ถูกบล็อค] ความกล้า +15 เกียรติยศ +15 ความศรัทธา จาก ชุดทิวาเมฆาล่อง   โพสต์ 2026-2-13 07:47
โพสต์ 43,831 ไบต์และได้รับ +6 EXP [ถูกบล็อค] ความกล้า +10 เกียรติยศ +6 ความศรัทธา จาก รองเท้าหยุนเวย  โพสต์ 2026-2-13 07:47
โพสต์ 43,831 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] ความกล้า +10 เกียรติยศ จาก โล่ไม้  โพสต์ 2026-2-13 07:47
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดทิวาเมฆาล่อง
รองเท้าหยุนเวย
โล่ไม้
วาสนาเซียน
ด้ายแดงแห่งโชคชะตา
แหวนดาราจรัส(D2)
ตำราอาหารลับของเสี่ยวจ้าวจื่อ
ยอดคีตศิลป์
ปราณกระเรียนขาว(ไม้)
ขลุ่ยพันธะในเงาศาลา
กระเป๋าเจ็ดขุมทรัพย์(D)
ทักษะผู้ขี่มังกรตะวันตก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x16
x16
x16
x1
x50
x5
x29
x6
x10
x10
x2
x2
x3
x114
x5
x8
x6
x5
x6
x4
x6
x5
x21
x3
x165
x70
x71
x1
x5
x34
x11
x246
x1
x1
x1
x145
x5
x8
x66
x27
x6
x93
x138
x5
x209
x4
x50
x5
x85
x6
x208
x73
x75
x81
x4
x105
x5
x8
x4
x4
x14
x16
x9
x16
x69
x1
x1
x53
x72
x47
x16
x140
x10
x11
x11
x36
x9
x10
x4
x16
x60
x75
x2
x1
x104
x64
x9
x10
x292
x55
x28
x70
x82
x49
x5
x3
x128
x12
x10
x11
x5
x3
x3
x9
x5
x15
x3
x1
x6
x14
x10
x133
x109
x21
x11
x16
x50
x3
x1
x10
1234
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้